10 วิธีแก้ “กรดไหลย้อน” ด้วยตัวเอง

วิธีแก้ "กรดไหลย้อน

“กรดไหลย้อน” ถ้ามีอาการกำเรีบแล้ว อาจทำให้เราทรมานมากจนอยากจะหายจากโรคนี้เสียที เพราะบางคนชอบมีอาการช่วงกลางดืกทำให้นอนไม่หลับ เวลาทานข้าวก็ลำบาก รู้สึกแย่ ๆ หลายอย่าง เช่น แสบร้อนกลางอก เรอบ่อย กลืนลำบาก จุกที่คอ มีเสมหะ หรือไอบ่อย ๆ คลื่นไส้ อาเจียน ฯลฯ การรักษาทำได้โดยพบแพทย์เพื่อรับยามารับประทาน แต่เราสามารถลดอาการของโรคกรดไหลย้อนโดยไม่ต้องพึ่งยาได้ (หากเพิ่งมีอาการยังไม่หนักมาก ทั้งนี้หากจำเป็นต้องกินยาตามแพทย์สั่ง ก็ยังควรต้องกินอยู่ อย่างดยาโดยที่แพทย์ไม่ได้สั่งเป็นอันขาด)

วิธีแก้อาการโรค “กรดไหลย้อน”

  1. แบ่งมื้ออาหารย่อย ๆ หลายมื้อ

การรับประทานอาหารปริมาณมาก ๆ ในครั้งเดียว อาจทำให้อาการของโรคกรดไหลย้อนกำเริบขึ้นได้ คุณอาจไม่สามารถรับประทานอาหาร 1 มื้อได้เท่าเดิม เช่น จากที่เคยกินข้าว 3 ทัพพีต่อมื้อ อาจทำไม่ได้อีกต่อไป จะเริ่มรู้สึกอึดอัดท้อง แน่นท้อง จุกอยู่ที่คอ อาหารไม่ย่อย ดังนั้นควรแบ่งอาหารออกมารับประทานในแต่ละครั้งให้น้อยลง อาจแบ่งจาก 3 มื้อ เป็น 5-6 มื้อได้

2. หลีกเลี่ยงอาหารบางประเภท

อาหารบางประเภทอาจทำให้อาการของ “โรคกรดไหลย้อน” กำเริบได้ ได้แก่

  • ผลไม้ที่มีรสเปี้ยว เป็นกรด
  • อาหารไขมันสูง
  • อาหารรสจัด 
  • หอม
  • กระเทียม
  • ชา กาแฟ
  • ช็อกโกแลต
  • แอลกอฮอล์

3. อย่าดื่มน้ำอัดลม

น้ำอัดลมอาจทำให้คุณเรอ มีแก๊สในกระเพาะอาหารมากขึ้น และยังส่งน้ำย่อยที่เป็นกรดไปที่หลอดอาหารมากขึ้นด้วย ดังนั้นควรดื่มน้ำเปล่าธรรมดา ๆ ไปก่อนจะดีกว่า

4. นั่ง/ยืนตรง ๆ หลังกินอาหารเสร็จ

การนั่ง หรือยืนหลังตรงหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ ๆ จะช่วยให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารอยู่ในส่วนที่มันควรจะเป็น ไม่ไหลย้อนขึ้นมาที่กลางอกให้เรารู้สึกแสบ และควรรับประทานอาหารให้เสร็จก่อนเข้านอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงด้วย (รวมถึงการห้ามเอนตัวลงนอนเพื่องีบหลังอาหารกลางวันด้วย)

5. อย่าเคลื่อนไหวร่างกายเร็วเกินไป

ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ หลังรับประทานอาหารภายใน 2-3 ชั่วโมง สามารถลุกขึ้นเดินเล่นเบา ๆ หลังมื้ออาหารได้ แต่ไม่ควรออกท่าออกทางออกกำลังกายมากเกินไป โดยเฉพาะการวิ่งหนัก ๆ การก้ม ๆ เงย ๆ เต้นแอโรบิก หรือทำกาบบริหารต่าง ๆ หลังกินข้าวใหม่ ๆ เป็นต้น

6. นอนหลังพิงหัวเตียง

หากใครที่มีอาการมาก ๆ ไม่สามารถเอนตัวนอนลงบนพื้นราบได้ เพราะกรดอาจจะไหลย้อยมาที่กลางอกในตอนกลางคืน ก็ควรนอนหลับในท่าหลังพิงหัวเตียง ให้หัวสูงกว่าเท้า 6-8 นิ้ว อย่าลืมเอาหมอนหนุนสะโพก หลังไปจนถึงคอให้นอนได้สบายด้วย ควรเลือกหมอนทรงสามเหลี่ยมที่ช่วยหนุนหลังดีกว่าการเอาหมอนมาวางทับ ๆ กันแล้วนอน เพราะจะไม่ได้มุมที่นอนแล้วสบายกับหลัง

7. ลดน้ำหนัก

โดยส่วนใหญ่แล้ว กรดไหลย้อย มาเกิดขึ้นกับคนที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐาน หากรู้ตัวว่าตัวเองมีน้ำหนักมากเกินไป การลดน้ำหนักก็จะช่วยให้อาการของกรดไหลย้อนดีขึ้นได้ ทั้งนี้หากไม่แน่ใจว่าตัวเองควรลดน้ำหนักหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ที่รักษาโรคกรดไหลย้อนประจำตัวดูก่อนได้

8. งดสูบบุหรี่

หากเป็นสิงห์นักสูบอยู่แล้ว ควรเลิกสูบบุหรี่ถาวร เพราะสารนิโคตินในบุหรี่อาจทำให้กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารหย่อนคล้อยลง น้ำย่อยที่เป็นกรดจึงอาจไหลย้อนไปที่อื่นในร่างกาย เช่น หลอดอาหาร คอ ปาก ได้ง่ายมากขึ้น

9. พักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะทำให้ร่างกายฟื้นฟูตัวให้เป็นปกติแข็งแรงขื้น ไม่ทำให้เหนื่อยอ่อนเพลีย

10. เช็กยาที่ใช้อยู่

ยาสำหรับวัยทอง ยาต้านเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก และยาแก้ปวด แก้อับเสบบางชนิด อาจทำให้กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารหย่อนคล้อยลงได้เช่นกัน ดังนั้นอาจลองปรึกษาแพทย์ที่รักษาโรคอื่น ๆ อยู่ดูว่าสามารถปรับเปลี่ยนยาได้หรือไม่

หากลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม และวิธีรักษาที่เหมาะสมต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *