Monthly Archives: April 2021

ข้อมูลโรคกรดไหลย้อน

สาเหตุกรดไหลย้อน

เกียวกับโรคกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease: GERD) เป็นโรคที่เกิดจากการไหลย้อนของสารคัดหลั่งในกระเพาะอาหารไม่ว่าจะเป็นกรดหรือแก๊ส ไหลกลับไปที่หลอดอาหารช่วงบน ซึ่งโดยปกติร่างกายคนเราจะมีการไหลย้อนของกรดในกระเพาะอาหารขึ้นไปในหลอดอาหารอยู่บ้างโดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร แต่ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีปริมาณกรดที่ย้อนมากขึ้นหรือย้อนบ่อยกว่าผู้ที่ไม่เป็นโรค หรือหลอดอาหารมีความไวต่อกรดมากขึ้นแม้ว่าจะมีปริมาณกรดที่ย้อนขึ้นไปไม่มากกว่าปกติ   อาการสำคัญที่พบบ่อยในโรคกรดไหลย้อน ได้แก่ ความรู้สึกแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ กลางหน้าอก ซึ่งมักเกิดหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ ความรู้สึกเปรี้ยวหรือขมในปากและลำคอ มีอาหารย้อนขึ้นมาในปากและคอ ท้องอืด จุกเสียด แน่นท้องบริเวณลิ้นปี่ นอกจากอาการเหล่านี้แล้ว โรคกรดไหลย้อนยังก่อให้เกิดอาการอื่นๆ ได้อีก เช่น: อาการเจ็บหน้าอก หัวใจเต้นแรงกว่าปกติที่ไม่ได้เกิดจากโรคหัวใจ เสียงแหบเรื้อรัง เสียงเปลี่ยน ไอเรื้อรังโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน กลืนติดขัดเหมือนมีก้อนจุกในคอ อาการทางช่องปาก เช่น ฟันผุ มีกลิ่นปาก โรคหืดที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาตามปกติ สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคกรดไหลย้อน การวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อน ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากโรคกรดไหลย้อน สาเหตุ และปัจจัยที่ทำให้เป็นกรดไหลย้อน ความผิดปกติของหูรูดส่วนปลายหลอดอาหารที่ทำหน้าที่ป้องกันกรดไหลย้อนจากกระเพาะอาหารมีความดันของหูรูดต่ำหรือเปิดบ่อยกว่าคนปกติ ความผิดปกติเหล่านี้อาจเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคหอบหืดบางตัว ความผิดปกติในการบีบตัวของหลอดอาหาร ทำให้อาหารที่รับประทานลงช้าหรืออาหารที่ไหลย้อนขึ้นมาจากกระเพาะอาหารค้างอยู่ในหลอดอาหารนานกว่าปกติ ความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานกว่าปกติ ทำให้เพิ่มโอกาสการไหลย้อนของกรดจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหารมากขึ้น อาหารประเภทไขมันสูงและช็อกโกแลตจะทำให้กระเพาะอาหารบีบตัวลดลง พฤติกรรมในการดำเนินชีวิต เช่น […]

ประโยชน์ของการกินกล้วยสุกวันละ2ผล

ประโยชน์ของกลวยสุข

จากงานวิจัยพบว่า กินกล้วยสุกแค่2ผลต่อวัน ก็สามารถเพิ่มพลังงานให้อย่างเพียงพอกับการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ได้นานถึง 90 นาที จึงไม่น่าแปลกใจ ที่กล้วยเป็นผลไม้อันดับหนึ่งของนักกีฬาชั้นนำระดับโลก ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มพลังงานเท่านั้น ยังช่วยเอาชนะและป้องกันโรคต่างๆ ที่จะเกิดกับร่างกายได้อีกหลายโรค จึงควรรับประทานทุกวัน 🍌ประโยชน์ทางสมุนไพรของกล้วยสุก มีอะไรบ้าง มาดูกัน 1. โรคโลหิตจาง ในกล้วยสุขมีธาตุเหล็กสูง จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นการผลิต ฮีโมโกลบินในเลือด และจะช่วยในกรณีที่มีสภาวะขาดกำลัง ให้กลับมามีกำลัง 2. โรคความดันโลหิตสูง กล้วยมีธาตุโพแทสเซียมสูงสุด แต่มีปริมาณเกลือต่ำ ทำให้เป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบที่สุด ที่จะช่วยรักษาความดันโลหิต อย. ของอเมริกายินยอมให้อุตสาหกรรมการปลูกกล้วย สามารถโฆษณาได้ว่า กล้วย เป็นผลไม้พิเศษ ช่วยลดอันตรายอันเกิด เรื่องความดันโลหิต หรือ โรคเส้นเลือดฝอยแตก 3. กำลังสมอง นักเรียน 200 คน ที่โรงเรียน Twickenham ได้รับผลดีจากการสอบตลอดปีนี้ ด้วยการรับประทานกล้วย ในมื้ออาหารเช้า ตอนพัก และมื้ออาหารกลางวันทุกวัน เพื่อช่วยส่งเสริมกำลังของสมองในพวกเขา จากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า ปริมาณโพแทสเซียมที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในกล้วย สามารถช่วยให้นักเรียนมีความตื่นตัวในการเรียนมากขึ้น 4. โรคท้องผูก ปริมาณเส้นใยและกากอาหารในกล้วย […]

การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด และ“กินเร็วเกินไป” เกิดผลเสียอะไรบ้าง?

ผลเสียที่เกิดจาก กินเร็วเกินไป

การใช้ชีวิตสมัยนี้แต่ละวันอะไรๆ ก็ต้องรีบ ต้องแข่งกับเวลา นอกจากจะต้องทานอาหารง่ายๆ อย่างอาหารจานด่วน หรือบางคนต้องทานอาหารฟาสต์ฟูด อาหารแปรรูปบ่อยๆ ด้วยเพราะการบริการที่รวดเร็วทันใจ เพื่อจะได้เอาเวลาไปทำงาน ทำกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายแล้ว ยังก่อให้เกิดนิสัยที่ต้องรีบกินข้าวให้เสร็จเร็วๆ ด้วย แต่เชื่อหรือไม่ว่าการกินข้าวเร็วส่งผลเสียต่อร่างกายได้ในแบบที่หากคุณทราบแล้วจะไม่อยากกินข้าวเร็วอีกต่อไป มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ สาเหตุหลักๆ ของอาการท้องอืดมักเกิดจากอาหารที่ทานเข้าไป อาจจะด้วยอาหารบางประเภทที่ทำปฏิกิริยากับระบบย่อยอาหารของเรา แต่ก็รวมถึงพฤติกรรมในการกินอาหารของเราด้วย คนที่กินเร็วมักเลือกทานอาหารที่อิ่มง่าย อิ่มไว จึงมักเป็นอาหารที่เต็มไปด้วยแป้ง น้ำตาล เนื้อสัตว์ และไขมัน นอกจากนี้ยังเคี้ยวไม่ละเอียด ซึ่งทำให้ย่อยยาก และเกิดเป็นอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ในภายหลัง โรคอ้วน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าคนที่กินเร็ว จะเสี่ยงอ้วนได้มากกว่าคนที่กินข้าวด้วยความเร็วปกติ หรือกินข้าวช้า โดยมากกว่า 70% ของคนอ้วน หรือคนที่กำลังจะเข้าสู่ภาวะอ้วนมีนิสัยกินเร็ว เพราะส่วนใหญ่คนที่กินเร็วมักเป็นคนที่เคี้ยวไม่ค่อยละเอียด และกลืนลงท้องอย่างรวดเร็ว ไม่รอให้อาหารตกถึงกระเพาะอาหารก็รีบๆ ยัดลงท้องให้หมดๆ ไป จนบางครั้งเราอาจจะลงเอยด้วยการกินมากกว่าปกติ เพราะกินหมดแล้วยังไม่อิ่ม จึงสั่งอาหารเพิ่มเพื่อกินให้อิ่มมากขึ้น   โรคเบาหวาน เริ่มน่ากลัวขึ้นมาอีกนิดด้วยความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานที่ไม่มีใครอยากเป็น การกินเร็วโดยเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานประเภท 2 งานวิจัยจาก Lithuanian University of Health […]

อาการปวดท้องเป็นโรค “กระเพาะอาหารอักเสบ”

สาเหตุโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

อาการปวดท้องสามารถเกิดขึ้นกับเราได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดท้องเล็กๆ อย่าง ปวดท้องเพราะท้องอืด ท้องผูก หรือปวดท้องเพราะท้องเสีย  ปวดท้องเพราะหิวข้าว แต่อาการปวดท้องก็มีอยู่หลายประเภทที่สามารถบ่งบอกได้ว่าอาการปวดท้องแบบไหน เป็นโรคอะไร โรคที่คนมักถึงทุกครั้งเมื่อมีอาการปวดท้อง ก็คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ” โรคกระเพาะอักเสบ” โรคนี้เป็นอย่างไร มีอาการปวดท้องแบบไหนที่บ่งบอกถึงโรคนี้ได้อย่างชัดเจน มาศึกษากัน กระเพาะอาหารอักเสบ คืออะไร? โรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือที่นิยมเรียกโดยทั่วไปว่าเป็นโรคกระเพาะ เกิดจากอาการอักเสบ หรือระคายเคืองเฉียบพลันของเยื่อบุในกระเพาะอาหาร เป็นเพราะชั้นเยื่อเมือกเคลือบกระเพาะอาหารที่เอาไว้ป้องกันกรดจากน้ำย่อยทำลายเยื่อบุในกระเพาะอาหารน้อยลง จากการที่กระเพาะอาหารอยู่ในภาวะอักเสบ จึงทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารถูกกรดทำลายจนมีแผลในกระเพาะอาหาร เกิดอาการอักเสบมากยิ่งขึ้น และทำให้เกิดอาการปวดแสบท้อง โรคกระเพาะอาหารอักเสบ สามารถเป็นได้ทั้งแบบเฉียบพลัน สามารถหายได้ใน 1-2 สัปดาห์ หรืออักเสบเรื้อรังยาวนาน จนอาจกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้   สาเหตุของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของโรคกระเพาะอาหาร แต่มีข้อสันนิษฐานหลายประการ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร หรือ เอช ไพโลไร (Helicobacter pylorior หรือ H. pylori) ซึ่งเป็นเชื้อที่พบได้ในอาหาร และน้ำดื่ม  การรับประทานในกลุ่มยาต้านการอักเสบหรือยาแก้ปวด (Non-Steroidal Anti-Inflammatory […]

6 วิธีดื่มกาแฟให้อร่อย และสุขภาพดียิ่งขึ้น

ici coffeeกาแฟเพื่อสุขภาพ

คอกาแฟมีเฮได้เลยเมื่ออ่านบทความนี้ หลังจากที่โดนห้ามต่างๆ นานาว่าการดื่มกาแฟทำให้เสียสุขภาพแต่เรามีวิธีดีๆ มาให้คอกาแฟได้ลองปรับวิธีการดื่มกาแฟของแต่ละคนกัน ไม่ใช่แค่ไม่ทำลายสุขภาพ แต่ยังช่วยให้สุขภาพดีขึ้นด้วยอีกต่างหาก   6 วิธีดื่มกาแฟให้อร่อย และสุขภาพดียิ่งขึ้น ดื่มน้ำเปล่า 1 แก้ว ก่อนดื่มกาแฟ มีงานวิจัยระบุว่า แม้ว่าคาเฟอีนจะมีส่วนช่วยให้ร่างกายเกิดการขับปัสสาวะ แต่ร่างกายของเราก็สามารถปรับตัวให้สามารถรับมือกับคาเฟอีนที่เข้าไปในร่างกาย โดยไม่ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำได้ อย่างไรก็ตามคอกาแฟหลายคนยอมรับว่า หากเริ่มต้นตื่นเช้ามาก็ดื่มกาแฟเลย จะพบว่าตลอดทั้งวันที่เหลือ พวกเขาจะดื่มน้ำเปล่าไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย พูดง่ายๆ คือติดกาแฟเสียจนลืมดื่มน้ำเปล่านั่นเอง ดังนั้นถ้าไม่อยากทำร้ายตัวเองด้วยการดื่มน้ำน้อย ก็ควรดื่มน้ำเปล่าสักหนึ่งแก้วหลังตื่นนอน ก่อนที่จะเดินไปชงกาแฟดื่มอีกครั้ง ไม่แน่คุณอาจจะดื่มกาแฟน้อยลงเพราะอิ่มน้ำไปบ้างแล้วก็ได้   อย่าใส่สารให้ความหวานแทนน้ำตาล แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นวิธีที่ช่วยทำให้กาแฟของคุณมีรสชาติอร่อย และไม่ทำลายสุขภาพ เพราะสารให้ความหวานแทนน้ำตาลไม่มีพลังงานเหมือนน้ำตาลปกติ แต่มีงานวิจัยที่พบว่า การดื่มเครื่องดื่มที่ใส่สารให้ความหวานแทนน้ำตาลบ่อยๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 โรคอ้วน และโรคหัวใจได้ ดังนั้นหากจะชงกาแฟครั้งหน้า ควรเลือกใส่น้ำตาลจริงในปริมาณน้อยๆ เพียงปลายช้อน หรือไม่ใส่น้ำตาลจะดีกว่า   อย่าเติมน้ำตาลในกาแฟเกิน 1 ช้อนชา สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำปริมาณน้ำตาลที่เราควรทานในแต่ละวันไม่เกิน 6 ช้อนชา เพื่อหลีกเลี่ยงโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน หรือโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ […]

วิธีแก้ความดันโลหิตสุงให้ปกติ

ความดันโลหิตสุง

คามดันโลหิตที่เป็นปกติควรอยู่ต่ำกว่า 140/90 mm Hg หากคุณคิดว่าความดันโลหิตของคุณสุง 140 ให้รีบปรืกษา แพทย์เพื่อขอคำแนะนำวิธีการลดที่ถูกต้อง รักษาน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เป็นปกติ ระวังย่าให้น้ำหนักเพิ่มขื้น พยายามออกกำลังกาย และดื่มผลิตภัณฑ์ พร้อมไวท์ เนื้องจากจะช่วยเผาผลาญแคลอรีที่ไม่ต้องการ ช่วยลดไขมัน  และปลับสมดูลร่างกายได้เป็นอย่างดี หากคุณมีน้ำหนักเกินพิกัด หรือเป็นโรคอ้วน น้ำหนักที่มากเกินไป จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันหิตสุงของคุณมากยิ่งขื้น เนื้องจากหัวใจต้องทำงานหนักมากขื้นเพื่อที่จะทำให้เลือดไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้ร่างมีประสิทธิภาพ จงกระตือรือร้นทุกวัน ในการรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอนั้น คุณไม่จำเป็นต้องออกกำลังกาย อย่างหักโหม หรือมีอุปกรณ์ที่ซับซ้อนราคาแพง แต่อย่างใด เพราะแม้แต่การออกกำลังแบบง่ายก็สามารถ ฟื้นฟูและ ปรับสมดูลร่างกายให้แข็งแรงได้เช่นกัน เช่น การเดินเร็วๆ การใช้บันไดแทนลิฟต์ ระมัดระวังเรื้องอาหารการกิน หลีกเลี้ยงอาหารที่มีส่วนผสมของโซเดียมในปริมาณมาก ไม่ควรกินโซเดียมมากกว่า 2.4กรัมต่อวัน ก่อนจะชื้อผลิตภัณฑ์ใด ๆ ควรอ่านฉลากก่อนชื้อทุกครั้ง เพื่อตรวจหาปริมาณโซเดี้ยม ที่ซ่อนอยู่ในอาหารนั้น ๆ อาหารที่มีโซเดียมสุง จะเพิ่มระดับความดันโลหิตให้สุงมากยิ่งขื้น กินผัก และ ผลไม้ให้มากๆ กินผัก และผลไม้ที่มีเส้นใยอาหารสูงมาก การกินอาหารที่มีเส้นใยสูง นอกจากจะลดความอยากอาหารให้น้อยลงแล้วยังช่วยลดความอยากขนมขบเคี้ยว จำพวกลูกกวาด ซ็อกโกแลต ให้น้อยลงอีกด้วยคะ งด หรือ […]

สาเหตุที่ทำให้ปวดหลังส่วนล่าง และ ข้อควรปฏิบัติเมื่อรู้สืกปวด

สาเหตุที่ทำให้ปวดหลังส่วนล่าง

อาการปวดหลังส่วนล่างมีเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น ความตืงเครียดที่เกีดขื้นกับกล้ามเนื้อ หรืออาการกล้ามเนื้อกระตุก การกระแทก หรือการกระทบกันเองของกระดูก สาเหตุที่ทำให้เกีดอาการปวดหลัง ในตำแหน่งดั่งกล่าวมากที่สุดคือ การใช้กล้ามเนื้อหลัง ในการทำกีจกรรมบางอย่างที่ไม่คุ้นเคย เช่น การยกของที่มีน้ำหนักมากอย่างฉับพลัน การเล่นกีฬาที่มีการเคื่อนไหวร่างกายอย่างรุนแรง อย่างทันทีทันใด รวมไปถึงการออกกล้ามเนื้อหลังมากๆ ข้อควรปฎิบัติเมื่อรู้สืกปวดหลังส่วนล่าง เมื่อมีอาการปวดหลัง ให้นอนหงายลงกับพื้นพร้อมกับหนุนหมอนไว้ใต้เข่า ยกสะโพกและหัวเข่าขื้น วางเท้าบนเก้าอี้ วิธีนี้จะช่วยแรงกดดันและน้ำหนักออกจากหลังได้ดี หากคุณนอนพักเพื่อให้อาการบรรเทาลง คุณอาจต้องใช้เวลา2-3วัน จนกว่าอาการดั่งก่าวจะหายไป การนอนพักนานกว่านั้นอาจทำให้กล้ามเนื้อออ่นเเรง ซื่งส่งผลให้อาการปวดดั่งก่าวหายช้าลง หากปวดหลังให้เดินไปรอบๆเป็นเวลา2-3นาที ทุกๆ2-3โมง การใช้ผ้าร้อนประครบก็เป็นอีกหนื่งวิธีที่ช่วยให้ผ่อนคลายความปวดเมื่อยได้ โดยให้ประครบบริเวนที่มีอาการ ด้วยผ้าขนหนูที่ซับน้ำอุ่น บิดจนหมาดมาประครบไว้20-30นาที การรักษาอาการปวดหลัง ควรแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา ตัวอย่างเช่นการลดน้ำหนัก เนื้องจากการมีน้ำหนักเกินหรือคนอ้วนจะประสบปัญหานี้ได้อย่างรุนแรงและมากกว่าคนที่มีน้ำหนักปกติ คำแนะนำในการป้องกันอาการปวดหลัง อย่าก้มลงไปยิบของที่มีน้ำหนักมากโดยตรง แต่ควรยิบโดยการหย่อนสะโพก และ ย่อเข่าลง หลังจากนั้นจื่งนั่งยองๆ เพื่อหยิบของนั้นขื้นมา ใช้วิธีการผลักที่กว่าลากหากต้องเคื่อนย้ายของที่มีน้ำหนักมากๆ หากต้องนั่งเก้าอี้หรือนั่งลดเป็นเวลานาน ๆ ให้หยุดเพื่อยืดเสั้นสายเป็นระยะ ๆ ใส่รองเท้าที่ไม่มีส้น หรือ รองเท้า ส้นเตี้ย2.5 cm หรือ1นิ้ว จะดีมากคะ […]

ปัญหาสำหรับผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก ทานข้าวได้น้อย

ภาวะกลืนลำบาก

ปัญหาทานข้าวได้น้อย น้ำหนักลด ท่านใดที่กำลังมีปัญหาทานข้าวได้น้อย น้ำหนักลด จากความลำบากในการกลืนอาหาร‼เย็นนี้เราจะมาแนะนำอาหารสำหรับผู้มีปัญหากลืนลำบาก การปรับอาหารเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการรักษา ภาวะกลืนลำบาก มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับลักษณะของ อาหารให้เหมาะสมกับระดับความสามารถการกลืนของ ผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยรับประทานได้อย่างปลอดภัย โดยแบ่งลักษณะอาหารออกเป็น 4 ระดับค่ะ อาหารระดับ1 อาหารปั่นข้น มีลักษณะเป็นkiss เนื้อเดียว มีส่วนผสมของของเหลวน้อยมาก เหมาะ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถเคี้ยวอาหารแข็งหรือกลืน อาหารเหลวได้ มักใช้ในผู้ป่วยที่เริ่มฝึกกลืน เช่น โจ๊กปั่นข้น ข้าวสาลีไข่ตุ๋น น้ำสลัด เนื้อสัตว์ปั่น ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกันข้นมาก เต้าหู้ซีเรียลสุกเนื้อ ละเอียด ครีม เต้าฮวย คัสตาร์ด สังขยา น้ำผึ้ง แยม ถั่ว กวน ผลไม้และผักปั่นข้นหรือบดขูดจนมีเนื้อละเอียด ————————————————————— #อาหารระดับ2 อาหารเหลวข้นมีลักษณะเป็น เนื้อเดียว อาหารชนิดนี้จะมีส่วนผสมของของเหลว มากกว่าชนิดแรกแต่ไม่ถึงกับเหลวเป็นน้ำ เนื้ออาหารไม่ ละเอียดเท่าอาหารระดับแรก สามารถปรับให้มีลักษณะ ข้นมากและข้นปานกลางได้ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มี ความสามารถเคี้ยวอาหารได้เล็กน้อย และยังไม่สามารถ กลืนอาหารที่มีเนื้อเหลวมากได้ เข่น […]

ข้อห้ามสำหรับคนที่เป็นกรดไหลย้อน

กรดไหลย้อนห้าม

ข้อห้ามสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการกรดไหลย้อน  ห้ามทานอาหารมื้อเย็นแล้วนอนทันที ควรทานให้ห่างจากเวลานอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงและทานอาหารเบา ๆ ย่อยง่ายเช่นผักผลไม้    ห้ามดื่มน้ำมากเกินไปในช่วงมื้ออาหารการดื่มน้ำมาก ๆ ในระหว่างมื้ออาหารที่มีสารอาหารย่อย ๆ เจือจางลงทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มรูปแบบ    ห้ามนอนทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จแล้วน้ำเกลือจะไหลกลับขึ้นด้านบนได้ง่ายจากแรงดันของอาหารที่เพิ่งทานเข้าไปควรใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงในการย่อยอาหาร ไม่ควรก้มเก็บของนั่งงอหรือหลังตัวต่ำลงทานอาหารเสร็จ    ห้ามใส่เสื้อที่คับแน่นจนเกินไปเพราะเสื้อผ้าที่คับแน่นจะเพิ่มแรงดันในกระเพาะอาหาร    ห้ามเครียดพยายามรักษาร่างกายให้แข็งแรงและสุขภาพจิตแจ่มใสเพราะความเครียดมีส่วนช่วยให้กระเพาะอาหารซึมซับได้มากขึ้นจะทำให้เกิดอาการกำเริบได้ ถึงจะเป็นโรคที่ไม่อันตรายมาก แต่ก็ต้องระมัดระวังตัวมากด้วยการใช้ชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างกันไป สงบนิ่งขอแนะนำให้คนที่มีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและความไว้วางใจ   #เป็นกรดไหลย้อนควรทานอะไรดี? เมื่อมีอาหารที่คนเป็นกรดไหลย้อนไม่ควรทาน ก็ย่อมต้องมีอาหารที่คนเป็นกรดไหลย้อนควรทาน เพื่อช่วยบรรเทาอาการของกรดไหลย้อนเช่นกัน ซึ่งอาหารสำหรับคนเป็นกรดไหลย้อนก็มีดังต่อไปนี้ 1. อาหารย่อยง่าย คนเป็นกรดไหลย้อนควรทานอาหารย่อยง่ายอย่างเนื้อปลา เนื้อไก่ กุ้ง ซึ่งจะย่อยได้ง่ายกว่าเนื้อวัวและเนื้อหมู อีกทั้งเวลากินเนื้อสัตว์หรืออาหารทุกชนิดก็ควรเคี้ยวให้ละเอียด เพื่อช่วยให้กระเพาะย่อยอาหารที่กินเข้าไปได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ร่างกายหลั่งน้ำย่อยอาหารออกมาไม่มากจนก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ 2. โยเกิร์ต มีประเด็นสงสัยกันอยู่พอสมควรว่าเป็นกรดไหลย้อน กินโยเกิร์ตได้หรือไม่ ซึ่งก็มีงานวิจัยที่เผยว่า สามารถกินโยเกิร์ตได้ โดยจากการศึกษาพบว่า ในโยเกิร์ตจะมีจุลินทรีย์ชนิดดีซึ่งช่วยลดแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter pylori (H. pylori) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดที่ก่อให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ เพราะเชื้อแบคทัเรียนี้มีฤทธิ์ทำให้ผนังกระเพาะอาหารอ่อนแอลง […]

9 อาหารที่มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ ควรกินทุกวัน

อาหารที่ดีต่อสุขภาพ

สุขภาพร่างกาย ถือเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เพราะในแต่ละวันต้องใช้พลังงานในการทำงาน เพราะฉะนั้นอาหารที่ทานในแต่ละวัน ควรมีประโยชน์ต่อร่างกาย และไม่ควรทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะจะยิ่งส่งผลร้ายต่อร่างกายในระยะยาว เราจึงควรหันมารักสุขภาพ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และดีต่อสุขภาพ 1. ส้ม เป็นผลไม้ให้วิตามิน C สูง จะช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว และภูมิต้านทานโรค ทั้งยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยระบบขับถ่ายและเสริมสร้าง คอลลาเจนในผิวด้วย 2. คะน้า มีสารเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่างๆ ได้ดี มีวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และแคลเซียมที่ดูแลกระดูกให้แข็งแรงด้วย 3. บร็อคโคลี่ แหล่งวิตามินซี เอ และเค ทั้งยังมีเบต้าแคโรทีนสูง จะช่วยในการบำรุงสายตา มีสารไอโซธิโอไซยาเนทส์ (Isothiocyanates) ที่ช่วย ต้านมะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และวิตามินเคที่ช่วยเสริม ความแข็งแรงของกระดูกอีกด้วย 4. มันเทศ ที่อุดมไปด้วยเบตาแคโรทีน ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา ทำให้ตับอ่อนแข็งแรง มีสารต้านอนุมูลอิสระ และยังมี วิตามินบี 5 บี 6 ที่ช่วยในการ […]